Matter มาตรฐาน Smart Home ใหม่ สำคัญกับเราไหม?

Matter

Matter เป็นภาษาสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ทุกสิ่งง่ายขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการซื้ออุปกรณ์, ขั้นตอนการติดตั้ง, และการใช้งานในทุก ๆ วัน โดย Matter ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมทำงานด้วยกันได้ไม่ว่าจะใช้ Platform หรือ Ecosystem ไหนก็ตาม ไม่สำคัญว่าใครเป็นคนผลิต ทำให้เราไม่ต้องตรวจหาโลโก้ “works with” HomeKit, Google Home, หรือ Alexa — อุปกรณ์ Matter สามารถใช้งานระบบที่กล่าวมาได้ทั้งหมด และมันยังเป็นแบบ Local 100% ด้วย ดังนั้นอุปกรณ์จะสามารถทำงานได้เร็วขึ้นด้วย หรือก็คือ Matter จะทำให้ไฟอัจฉริยะของคุณทำงานเร็วราวกับเป็นหลอดไฟธรรมดา

ทั้งหมดนี้ หมายความว่าคุณจะไม่ต้องเลือก Platform ใด Platform นึง ตอนเพิ่มอุปกรณ์ Matter เข้ามาในบ้านของคุณ คุณสามารถควบคุมหลอดไฟอัจฉริยะ, กลอนประตูอัจฉริยะ, อื่น ๆ พร้อมกันกับ Siri, Alexa, Google Assistant หรือแม้แต่ Bixby ถ้าอยากใช้ คุณสามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่าง Platform ได้อย่างสะดวกสบาย

Matter จะทำให้ไฟอัจฉริยะของคุณทำงานเร็วราวกับเป็นหลอดไฟธรรมดา

บทความนี้จะเป็นการอธิบายเบื้องต้นของ Matter ว่ามันทำงานอย่างไรในบ้านของคุณ รวมทั้งอุปกรณ์และ Platform ไหนที่จะรองรับกับมาตรฐานใหม่ และ เมื่อไร

เมื่อเรามีข้อมูลใหม่ ๆ เราจะอัปเดตข้อมูลบทความนี้อยู่เสมอ

Table of Contents

อะไรคือ Matter และเมื่อไรเราจะได้ใช้มันซักที?

Matter เป็นมาตรฐานการทำงานร่วมกันที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาหลายปัญหาของสมาร์ทโฮมในวันนี้

ผลิตและดำเนินการโดย Connectivity Standards Alliance Matter ได้รับการรับรองจากหลายบริษัทนับไม่ถ้วน จากผู้พัฒนา Platform อย่าง Apple, Google และ Amazon และยังมีผู้ผลิตหลายใหญ่อย่างเช่น Samsung และ LG ไปจนถึงผู้ผลิตเล็ก ๆ เช่น Nanoleaf, Eve และ Wyze จากรายชื่อแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกันอย่างพร้อมเพรียงแบบที่ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน จึงทำให้ Matter น่าจะเป็นมาตรฐานที่จะใช้งานได้จริง

Matter ไม่ใช่ Protocol ใหม่ มันเป็นเกณฑ์ว่าอุปกรณ์ควรสื่อสารกันอย่างไร Matter ทำงานบน Protocol ที่มีอยู่แล้ว: Thread เพื่ออุปกรณ์ที่ใช้พลังงานน้อยและข้อมูลไม่มาก เช่น หลอดไฟ, และเซ็นเซอร์ ส่วน Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตแลนมีไว้ใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ข้อมูลมากเช่น Stream media player หรือ กล้อง

หนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของเกณฑ์ที่ตั้งไว้คือ ทุกอุปกรณ์ต้องสามารถทำงานได้แบบ Local ในบ้าน หรือก็คือไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อทำงานร่วมกัน แม้ว่าจะมีระบบ Cloud เป็นตัวเลือก เพื่อการสั่งงานนอกบ้านและใช้งานร่วมกับบริการ Cloud ต่าง ๆ

Matter ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 แต่มันยังไม่มาให้เราได้ใช้ พวกเราต้องรอ Platform และอุปกรณ์ต่าง ๆ อัปเดตให้รองรับกับมาตรฐานก่อน ซึ่งมันก็เริ่มเกิดขึ้นแล้ว แต่อย่างน้อยก็ปี 2023 กว่าคุณจะได้ใช้ Matter จริง ๆ

ต้องมีอะไร เพื่อใช้ Matter?

แผนผังอธิบายเกี่ยวกับ Thread
แผนผังอธิบายเครือข่ายของอุปกรณ์ที่รองรับ Matter

ตัวควบคุม Matter (Matter Controller)

เพื่อเพิ่มและควบคุมอุปกรณ์ Matter คุณต้องมี Matter Controller ซึ่งมันไม่เหมือน Hubs หรือ Bridges จากบริษัทอย่าง Philips Hues และ Lutron Caseta เพราะ Matter Controller ไม่จำเป็นต้องตรงตามแบรนด์ ตราบเท่าที่มันเป็น Matter Controller มันก็สามารถควบคุมอุปกรณ์ Matter ได้ — ไม่สำคัญว่าใครเป็นคนผลิต

อุปกรณ์หลากหลายประเภทสามารถเป็น Matter Controller ได้เช่น: ลำโพงอัจฉริยะ, Voice Assistants, แอป, หรือฮับกับแอป หน้าที่หลัก ๆ คือจัดการสื่อสาร, ควบคุม, Automations, และการสั่งงานจากระยะไกล (เมื่อเปิด) เพราะฉะนั้น Matter Controller ควรจะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ภายในบ้านคุณตลอด, เปิดตลอด, และมีการเชื่อมต่อโดยตรงกับเครือข่ายของบ้าน

Matter Controller ถูกติดตั้งไว้ใน Android เวอร์ชั่นล่าสุด และมีในระบบปฎิบัติการของ Apple และลำโพงอัจฉริยะหรืออุปกรณ์อื่น ๆ ระดับเรือธง จะสามารถเป็น Matter Controller รวมถึง Apple HomePod Mini, Apple TV 4K, Amazon Echo และ Google Nest Hub และ Samsung SmartThings Hub

อย่างไรก็ตาม คุณควรจำไว้ว่า Matter Controller ไม่ได้หมายความว่าเป็นอุปกรณ์ Matter คุณอาจจะไม่สามารถควบคุมตู้เย็น Samsung Family Hub ด้วย Apple TV ได้

Thread Border Router

Matter ทำงานผ่าน Wi-Fi, อินเทอร์เน็ต, และ Thread — Matter Controller เป็นตัวแทนในการจัดการอุปกรณ์ Wi-Fi และอินเทอร์เน็ต แต่ถ้าคุณมีอุปกรณ์ Thread คุณต้องมี เร้าเตอร์ที่รองรับ Thread Border เพื่อเชื่อมกับ Matter Controller โชคยังดี ที่ Matter Controller บางตัวเป็น Thread Border Router ไปในตัวด้วยเลย

Logo Thread
ภาพ Thread logo โดย Grayson Blackmon / The Verge

Thread เป็น Protocol ไร้สายที่ใช้พลังงานน้อย ตอบสนองเร็ว และเป็นเครือข่าย Mesh แบบซ่อมแซมตนเองได้ ซึ่งหมายความว่า ยิ่งมีอุปกรณ์บนเครือข่ายมากเท่าไร ระยะสื่อสารก็จะไกลมากขึ้นเท่านั้น Thread ทำงานบนเครือข่าย 2.4 GHz เช่นเดียวกันกับ Protocol Zigbee และถูกออกแบบมาเพื่ออุปกรณ์พลังงานต่ำเช่น: เซ็นเซอร์, หลอดไฟ, ปลั๊กไฟ, และม่าน

แต่ Thread มี IPv6 เป็นตัวตั้งต้น ซึ่งหมายความว่ามันสามารถสื่อสารกับอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง ในขณะที่อุปกรณ์ Zigbee ต้องใช้ฮับ และส่วนมากจะต้องตรงยี่ห้อ ตรงแบรนด์ด้วย ส่วนของ Thread จะมีการตอบสนองที่เร็วขึ้นและยังเป็น Protocol แบบเปิด — Zigbee ได้แตกแยกย่อยจนไม่รู้จะใช้งานอันไหน Thread Border Router สามารถใช้งานกับ Platform ไหนก็ได้ ทำให้อุปกรณ์เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อ เช่นเดียวกันกับ Matter Controller

Thread Border Router ไม่จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตต่ออยู่ตลอดเวลา ขอเพียงแค่มีไฟฟ้าและเครือข่าย Wi-Fi ซึ่งต่างจาก Bridge และ Hub ทั่วไป มันสามารถอยู่ได้ทุกที่ ตั้งแต่หลอดไฟอัจฉริยะ, ลำโพงอัจฉริยะ ไปจนถึงตู้เย็น, ทีวี, หรือเครื่องวัดอุณหภูมิ ในระยะยาว ทำให้เป็นไปได้ว่าเร้าเตอร์ในอนาคตของคุณ ก็จะมี Thread Border Router ฝังอยู่ในตัวอยู่แล้ว ทำให้คุณไม่ต้องกังวลแม้แต่นิดเดียว

วันนี้ อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วจาก Apple, Eero, Google, และ Samsung ได้มี Thread Border Router ที่จะรองรับ Matter

Smart Home Platform ไหนจะรองรับ Matter?

Platform เจ้าใหญ่ทั้ง 4 — Amazon Alexa, Google Home, Apple Home และ Samsung SmartThings — ทั้งหมดล้วนแล้วแต่รองรับ Matter ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถใช้แอป, ลำโพงอัจฉริยะ, ฮับ, และผู้ช่วยอัจฉริยะตัวไหนก็ได้เป็น Matter Controller เพื่อจัดการอุปกรณ์ที่เชื่อมอยู่

เนื่องจาก Matter มีฟีเจอร์ชื่อว่า Multi-Admin — ซึ่งให้คุณควบคุมอุปกรณ์ Matter อุปกรณ์เดียวกัน แต่ต่าง Platform ได้ — คุณไม่จำเป็นต้องใช้หนึ่งในสี่ Platform ที่ว่ามา เพราะหลายบริษัทได้กล่าวไว้ว่าแอปของพวกเขาก็สามารถที่จะเป็น Matter Controller ได้เช่นกัน รวมทั้งแอป TP-Link Tapo และแอป Aqara และแอป Wiser และอื่น ๆ อีกมากมายในอนาคต

คุณจำเป็นที่จะต้องใช้แอป Matter ไม่มีแอปของมันเอง เนื่องจาก Matter ไม่ใช่ Platform มันเป็นแค่ภาษาที่อุปกรณ์ใช้สื่อสารกันและกัน คุณจึงต้องเลือกแอปที่รองรับเพื่อการสั่งงานแบบลื่นไหล เช่นเมื่อล็อคประตู ให้ปิดแอร์ และปิดไฟอัตโนมัติ ด้วย Matter พวก Automations เหล่านี้จะสามารถทำได้ผ่านอุปกรณ์จากต่างบริษัทที่แต่ก่อนไม่รองรับ

ดังนั้น ใช่ คุณสามารถที่จะควบคุม Nest Thermostat ด้วย Apple Siri หรือ Eve ปลั๊กไฟอัจฉริยะด้วย Amazon Alexa แถมคุณยังสามารถใช้แอป Apple Home บน iPhone เพื่อเปิดไฟห้องนั่งเล่น และเพื่อนของคุณที่ใช้แอป Google Home บนมือถือ Android ก็สามารถควบคุมไฟดวงเดียวกันได้

ต่อไปนี้คือสรุป Platform สมาร์ทโฮมแต่ละ Platform กล่าวไว้อย่างไรบ้างเกี่ยวกับการรองรับ Matter:

Apple TV with remote
Apple TV 4K Wi-Fi + Ethernet รุ่นล่าสุด รองรับการเป็น Matter Controller และ Thread Border Router ภาพโดย Chris Welch / The Verge

Apple Home รองรับ Matter

ตั้งแต่ iOS 16.1 เป็นต้นไป Apple HomePod, HomePod Mini, และ Apple TV ปี 2021 และ 2022 เป็น Matter Controller เรียบร้อยแล้ว 
HomePod Mini, Apple TV 4K (2022) และ Apple TV 4K (2021) ยังเป็น Thread Border Router อีกด้วย และระบบปฏิบัติการของ Apple ทั้งหมด — watchOS, iPadOS, macOS, tvOS และ ซอฟต์แวร์ HomePod — ทั้งหมดได้รับการรับรองโดย Matter แล้วด้วย

แอป Home ของ Apple และ Siri ผู้ช่วยอัจฉริยะบนอุปกรณ์ Apple รองรับ Matter บริษัทได้กล่าวไว้ว่า APIs HomeKit ทั้งหมดจะรองรับกับอุปกรณ์ Matter โดยอัตโนมัติ

“เราเชื่อว่าอุปกรณ์สมาร์ทโฮมควรทำงานกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้มีทางเลือกมากที่สุดโดยที่ไม่ลดความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวลง” ตัวแทนบริษัท Apple – Jacqueline Roy ได้บอกเรา “เป็นเหตุผลที่เราร่วมช่วยสร้างพัฒนามาตรฐาน Matter เพื่อให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั้งหมด มีความปลอดภัยเหมือนกัน มีความเป็นส่วนตัวเหมือนกัน และความสะดวกสบายที่ผู้ใช้ Apple ชอบกับอุปกรณ์ HomeKit ในปัจจุบัน”

Google Nest และ Google Home รองรับ Matter

Google จะอัปเดต Nest smart speakers และ Displays ให้รองรับ Matter Controller ส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จะมี Thread ในตัวเลย — เช่น Nest Wi-Fi, Nest Wi-Fi Pro, Nest Hub Max และ Nest Hub second-gen — และยังเป็น Border Router ในตัวด้วย ตอนนี้ยังไม่มีระบุว่าจะอัปเดตเมื่อไร แต่หากดูตามเว็บ CSA จะเห็นว่า Google Home Framework ได้รับการรับรองโดย Matter เรียบร้อยแล้ว

Google ยังคงวางแผนที่จะอัปเดต Android เพื่อให้มือถือ Android รองรับและสามารถควบคุมอุปกรณ์ Matter ได้

Amazon Echo 5th gen
Echo Dot พร้อมนาฬิกาจะเป็น Matter Controller ผ่าน Wi-Fi ภาพโดย Jennifer Pattison Tuohy / The Verge

Amazon Alexa รองรับ Matter

อุปกรณ์ Echo ทั้งหมด 17 ตัว — รวมถึงอุปกรณ์ปัจจุบัน — จะรองเป็น Matter Controller ผ่านอัปเดต OTA ในช่วงท้ายปี 2022 โดยตอนแรกจะรองรับเฉพาะ Matter ผ่าน Wi-Fi — และรองรับเพียงแค่ 3 ประเภทของอุปกรณ์ Matter: ปลั๊กไฟอัจฉริยะ, หลอดไฟอัจฉริยะ, และสวิตช์ไฟอัจฉริยะ

Amazon ยังได้กล่าวอีกว่าจะอัปเดต Alexa ให้รองรับ Matter โดย Android จะรองรับในปี 2022 และ iOS จะรองรับในปี 2023 นอกจากนี้ในส่วนของ Amazon Echo (4th Gen) ก็จะเป็น Thread Border Router ในตัวด้วยโดยเร็วที่สุดภายในต้นปีหน้า ตามหลักแล้ว Amazon’s Echo Studio, Echo Show 10, และ Echo Plus ก็ควรจะรองรับ Thread Border Router ด้วยเนื่องจากอุปกรณ์มีความสามารถในการทำให้รองรับได้ แต่ว่า Amazon ยังไม่ได้ประกาศว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะได้รับการอัปเดต

บริษัทย่อยของ Amazon – Eero ผู้ผลิตเร้าเตอร์อินเทอร์เน็ต ก็จะรองรับ Matter เช่นกัน โดยเร้าเตอร์ส่วนใหญ่ที่ออกมาแล้วตอนนี้ มีความสามารถในการเป็น Thread Border Router ได้เลย และจะได้รับการอัปเดตให้รองรับ Matter เร็วที่สุดภายในต้นปีหน้า

Samsung SmartThings รองรับ Matter

Samsung SmartThings Hub v2 และ v3 ได้รับการอัปเดตให้เป็น Matter Controller เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ Hub v3 และ Aeotec SmartThings Hub ยังเป็น Thread Border Router อีกด้วย

Samsung ได้กล่าวไว้ว่ามือถือและแท็บเล็ต Samsung Galaxy, ทีวีและจอ, และตู้เย็น Family Hub จะได้รับการอัปเดตให้รองรับ Matter ผ่าน Wi-Fi

SmartThings Hub Dongle จะได้รับการอัปเดต Matter และ Thread อย่างเร็วต้นปีหน้า เนื่องจากมันรองรับ Zigbee และสามารถต่อเข้ากับทีวีหรือตู้เย็นเพื่อเพิ่มการรองรับอย่างเต็มที่สำหรับอุปกรณ์ SmartThings ให้รองรับ Zigbee และ Thread

SmartThings Hubs ไม่ได้ช่วยให้อุปกรณ์ที่คุณมีอยู่กลายเป็นอุปกรณ์ Matter ดังนั้นอุปกรณ์ที่เชื่อมผ่าน Zigbee หรือ Z-wave ก็จะไม่ปรากฏบน Ecosystem Matter อื่น ๆ — จะปรากฏแค่บน SmartThings

ฉันต้องซื้ออุปกรณ์สมาร์ทโฮมใหม่ไหม? เพื่อ Matter

Matter ถูกออกแบบมาโดยนึกถึงอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว แม้อุปกรณ์ Thread บางอุปกรณ์ที่บริษัทบอกว่าจะรองรับ ตอนนี้กลับลำบอกไม่รองรับ มันยังมีทางอัปเกรดอีกมากมายให้คุณเลือก

  • อุปกรณ์ Zigbee สามารถ Bridge เข้า Matter ได้ด้วยฮับที่มีอยู่แล้ว
  • อุปกรณ์ Wi-Fi บางอุปกรณ์ สามารถได้รับการอัปเดตให้รองรับ Matter
  • ตามหลักแล้ว อุปกรณ์ Zigbee สามารถได้รับการรองรับ Matter ผ่าน Thread แต่ว่ายังไม่มีการประกาศอัปเดตใด ๆ ทั้งสิ้น

อุปกรณ์ปัจจุบัน ที่ไม่สามารถอัปเกรดเป็น Matter ได้จะยังคงทำงานบน Platform เดิมได้ตามปกติ โดยจะสามารถอยู่ร่วมกับอุปกรณ์ Matter บน Platform นั้น ๆ ได้ และยังสามารถทำ Automation และ Routine ร่วมกันได้

อุปกรณ์ที่ใช้ Bluetooth เท่านั้น ไม่ได้ใช้ Bridge จะไม่สามารถรองรับ Matter ได้ เนื่องจาก Matter ไม่ได้รองรับ Bluetooth

เนื่องจากเกณฑ์ของ Matter ถูกปล่อยออกมาช้ามากและปรับเปลี่ยนไปเยอะจนกระทั่ง Final ในช่วงท้ายปี 2022 ผู้ผลิตหลายเจ้า — เช่น Nanoleaf, Belkin WeMo, และ Schlage — ได้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ Thread ออกมาโดยหวังว่ามันจะรองรับ Matter แต่กลับพบว่าฮาร์ดแวร์ไม่สามารถรองรับเกณฑ์ที่ตั้งมาใหม่ในเวอร์ชั่น Final

ดังนั้นบริษัทที่กล่าวมาข้างต้น ได้ประกาศแผนที่จะผลิตอุปกรณ์ใหม่ที่พร้อมรองรับ Matter ภายในปีหน้า เราแนะนำให้ว่าอย่าพึ่งซื้ออุปกรณ์ Thread จนกว่ามันจะรองรับ Matter

แล้ว Z-Wave และ Zigbee ล่ะ?

ณ ปัจจุบัน เราไม่ได้ข่าวถึงฮับ Z-Wave ตัวไหนเลยที่จะรองรับ Matter, Jaeyeon Jung, รองประธานบริษัท Samsung Electronics และหัวหน้าฝ่าย SmartThings, Mobile eXperience Business, กล่าวว่า มันมีอุปสรรคทางเทคนิคในการทำให้มันรองรับ “การดูอุปกรณ์รุ่นก่อน ๆ แล้วคิดวิธีทำให้มันรองรับ Matter นี่เป็นงานที่ค่อนข้างมหันต์เลยนะ” เธอกล่าว “เรายังต้องตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคว่ามันสามารถเป็นไปได้ไหม”

Z-Wave Alliance ได้แนะนำวิธีการเชื่อมอุปกรณ์ Z-Wave เข้าสู่ Matter ผู้ผลิตชิป Silicon Labs ได้ผลิตทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เพื่อทำให้มันเป็นไปได้ แต่ ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมที่คุณสามารถซื้อได้ตอนนี้

ดังนั้น ณ ปัจจุบัน ถ้าคุณมีอุปกรณ์ Z-Wave หรือ Zigbee ละก็ ใช้ฮับอะไรก็ตามที่คุณใช้ต่อไป หรือเปลี่ยนไปใช้พวก Platform Home Assistant ที่รองรับ Matter

ฉันยังต้องมี Hub และ Bridge สำหรับสมาร์ทโฮมไหม?

ใช่ ถ้าตอนนี้คุณมีอุปกรณ์ที่ทำงานผ่าน Bridge คุณยังจะต้องมี Hub และ Bridge เพื่อใช้งานอุปกรณ์ของคุณต่อไป

ในโลกสมมุติ คุณไม่จำเป็นต้องซื้อ Bridge หรือ Hub อะไรเพิ่มเติม “Matter จะช่วยลดต้นทุนให้ผู้ผลิต ยกตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตหลอดไฟ ผลิตหลอดที่เป็น IP-based [แทนที่จะผลิต Bridge ต่อ]” Chris LaPré หัวหน้าด้านเทคโนโลยีของ CSA กล่าวไว้ “ในระยะยาว Matter จะอยู่ทุกที่และท้ายที่สุด Bridge ก็จะหายไป”

อย่างไรก็ตาม Signify — เจ้าของ Philips Hue — กล่าวไว้ว่าจะยังคงใช้ Bridge ต่อไปสำหรับไฟที่มี Zigbee เป็นฐาน และไม่มีแผนที่จะสร้างอุปกรณ์อื่น ๆ ให้รองรับ Matter โดยตรง

Matter Logo
โลโก้ Matter ควรปรากฏบนอุปกรณ์ที่รองรับ ภาพจาก: Connectivity Standards Alliance

อุปกรณ์ไหนจะรองรับ Matter บ้าง?

ตอนนี้ยังไม่มีอุปกรณ์ไหนเลยที่คุณสามารถซื้อได้ และบริษัทส่วนใหญ่ที่ประกาศว่าจะขายอุปกรณ์ Matter จะเริ่มส่งออกตั้งแต่ Q1 ของปี 2023 เป็นต้นไป

อุปกรณ์ใหม่ที่รองรับ Matter ควรมีโลโก้ Matter บนกล่อง ผู้ผลิตหลายรายกำลังพยายามอัปเดตอุปกรณ์ปัจจุบันให้รองรับ Matter

ประเภทอุปกรณ์แรกที่จะรองรับ Matter คือ

  • หลอดไฟและสวิตช์ไฟ
  • ปลั๊กไฟ
  • กลอนประตู
  • อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิภายในห้อง (แอร์และอื่น ๆ)
  • ม่านและมู่ลี่
  • เซ็นเซอร์ (การเคลื่อนไหว, การสัมผัส)
  • Bridge
  • ทีวีและกล่องสตรีมมิ่ง

อุปกรณ์ประเภทต่อไปนี้จะรองรับ Matter ด้วยอัปเดตในอนาคต ตามที่ CSA ได้กล่าวไว้:

  • อุปกรณ์อินเทอร์เน็ตไร้สาย (เร้าเตอร์/โมเด็ม)
  • เซ็นเซอร์รั้วและประตูโรงรถ
  • กล้องวงจรปิดสำหรับครัวเรือน
  • อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน
  • หุ่นยนต์ดูดฝุ่น
  • เครื่องตรวจคุณภาพและควบคุมอากาศในบ้าน (เช่น เครื่องฟอกอากาศ)
  • เครื่องตรวจจับควันและคาร์บอน
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับผู้คน
  • ตัววัดพลังงาน
Apple HomePod
HomePod Mini เป็นทั้ง Matter Controller และ Thread Border Router ภาพโดย Jennifer Tuohy / The Verge

อุปกรณ์ที่ใช้งานกับ Matter ได้แล้ว ตอนนี้

Matter Controller พร้อม Thread Border Router

  • Apple HomePod Mini
  • Apple TV 4K Wi-Fi + Ethernet (2022)
  • Apple TV 4K (2021)
  • Aeotec SmartThings Hub
  • Samsung SmartThings Hub v3

Matter Controller

  • Apple HomePod
  • Apple TV 4K Wi-Fi (2022)
  • Apple Home app บนอุปกรณ์ที่ใช้ iOS 16.1 ขึ้นไป
  • Samsung SmartThings app (Android)
  • Samsung SmartThings Hub v2
Eve Motion Sensor
Eve Motion Sensor จะได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ในวันที่ 12 เดือนธันวาคม ให้รองรับ Matter ภาพโดย Jennifer Pattison Tuohy / The Verge

อุปกรณ์ที่จะได้รับการอัปเดตให้รองรับ Matter ภายในปี 2022

Matter Controller

  • Amazon Alexa app (Android)
  • Echo smart speaker (third-gen and newer)
  • Echo Dot (third-gen and newer)
  • Echo Dot with Clock (third-gen and newer)
  • Echo Studio
  • Echo Show 8 (second-gen and newer)
  • Echo Show 10 (third-gen)
  • Echo Show 5 (second-gen and newer)
  • Echo Input
  • Echo Flex
  • Echo Plus (v2)

Bridges

  • Aqara Hub M2
  • Schneider Electric Wiser Gateway

ปลั๊กและไฟ

  • อุปกรณ์ไฟของ Wiz ที่ผลิตตั้งแต่ Q2 2021
อุปกรณ์ใหม่
  • TP-Link หลอดไฟอัจฉริยะ, สวิตช์, ปลั๊ก, และฮับ — 10 อุปกรณ์ใหม่จากหมวดหมู่เหล่านี้
  • Eve Energy ปลั๊กอัจฉริยะ (12 ธันวาคม / รองรับ Thread)
  • Meross Matter Smart Wi-Fi Plug Mini (31 ธันวาคม)

เซ็นเซอร์

อุปกรณ์ใหม่
  • Eve Motion motion sensor (12 ธันวาคม / รองรับ Thread)
  • Eve Door & Window contact sensor (12 ธันวาคม / รองรับ Thread)

การเพิ่มอุปกรณ์ Matter เข้าบ้านจะยากหรือง่ายแค่ไหนกัน?

การเพิ่มอุปกรณ์ Matter เข้าสู่บ้านอัจฉริยะควรจะง่ายมากและไม่ต่างจากอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั่วไปเลย ไม่ว่าคุณจะเพิ่มเข้าไปใน Platform ไหนก็ตาม มันควรจะง่ายเหมือนเพิ่มอุปกรณ์ Apple HomeKit เลยล่ะ

Matter ใช้ QR Code และตัวเลข และ Bluetooth Low Energy เพื่อเชื่อมอุปกรณ์เข้ากับเครือข่าย ดังนั้นวิธีการเพิ่มก็แค่เปิดแอปของผู้ผลิต หรือ แอปสมาร์ทโฮมต่าง ๆ และสแกน QR Code หรือพิมพ์เลขตามที่แปะไว้ และทำตามขั้นตอน

การ Pair ด้วย NFC อาจจะเป็นตัวเลือกสำหรับบางอุปกรณ์ เพียงแค่นำอุปกรณ์แตะกับสมาร์ทโฟนก็เชื่อมได้เลย และบาง Platform ก็จะสามารถจับได้แบบอัตโนมัติเลย ดังนั้นมือถือก็จะพบว่ามีอุปกรณ์อยู่ใกล้เคียงและเราก็กดจับคู่อุปกรณ์

เมื่อคุณเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปที่ Platform นึง คุณยังสามารถเพิ่มมันเข้าที่แอปและ Platform อื่น ๆ ได้ ด้วยฟีเจอร์ Multi-Admin ของ Matter โดยวิธีเพิ่มนั้นต่างกันตรงที่เราไม่ต้องมีอุปกรณ์อยู่ก็ได้ เพราะแอปที่เชื่อมอยู่แล้วจะสร้างโค้ดให้อัตโนมัติ

Matter มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยไหม?

อุปกรณ์สมาร์ทโฮมยังไม่ค่อยเป็นที่แพร่หลายเพราะผู้คนกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว CSA ได้กล่าวไว้ว่าการทำให้ระบบปลอดภัยเป็นหลักการของ Matter

“เราออกแบบมาให้ปลอดภัยอยู่แล้ว, เราดำเนินงานแบบ Zero-trust (ไม่เชื่อใจใคร) เราใช้ระบบเข้ารหัสมาตรฐานระดับอุตสาหกรรม และทุกอุปกรณ์ต้องได้รับการรับรองก่อนที่จะเข้าสู่เครือข่าย” Michelle Mindala-Freeman หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ CSA กล่าวไว้ “ทุกข้อความนั้นปลอดภัยบนเครือข่าย และ Matter ยังรองรับการอัปเดตแบบ OTA”

ส่วนในด้านของข้อมูลภายในบ้าน ความสัมพันธ์ของข้อมูลนั้นขึ้นอยู่กับคุณและบริษัทผลิตอุปกรณ์นั้น ๆ Mindala-Freeman กล่าว อย่างไรก็ตาม หลักการความเป็นส่วนตัว Matter ได้ตีกรอบการปกป้องข้อมูลส่วนตัวไว้ รวมทั้งลดการเปิดเผยข้อมูลการใช้ Matter ให้น้อยที่สุด และจำเป็นต้องอธิบายเหตุผลเมื่อขอข้อมูล นอกจากนี้เนื่องจาก Matter มีความเชื่อมั่นถูกสร้างไปในระบบ คุณไม่จำเป็นต้องใส่รหัสผ่านซ้ำ ๆ เพื่อเชื่อมต่อ Ecosystem CSA’s LaPré กล่าว

หนึ่งในประโยชน์ของ อุปกรณ์ Matter ที่ดีมาก ๆ คือ การควบคุมผ่าน IP โดยตรง ทำให้มันสื่อสารกับอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง — ซึ่งก็สามารถเห็นเป็นช่องโหว่ได้ CSA กล่าวไว้ว่า การจัดการความปลอดภัยของ Matter ส่งผลให้มีความปลอดภัยที่แข็งแรง และรวดเร็ว (เพื่อจัดการกับการพัฒนาของการเข้ารหัสในอนาคต) และทำงานเชิงรุก ทั้งนี้ยังมีคอมมูนิตี้ที่คอยทำ Threat modeling และป้องกัน” Tobin Richardson CEO ของ CSA กล่าวไว้

การดำเนินงานของเราคือความปลอดภัยที่มีความทนทานสูง ในขณะที่ยังได้ประโยชน์ของโลกที่เชื่อมต่อกับ IP “แทนที่จะปลอดภัยเพราะคนใช้เข้าถึงได้ยาก” เขากล่าว จนกว่าอุปกรณ์จะออกมาสู่โลกให้เราได้ใช้ การยืนยันความปลอดภัยด้วยวิธีนี้ค่อนข้างยาก แต่ความตั้งใจก็ฟังดูดี

อุปกรณ์สมาร์ทโฮมประเภทไหนที่จะใช้กับ Matter ไม่ได้?

Amazon Camera
Ring Alarm Pro จากบริษัทที่ Amazon เป็นเจ้าของ ยังไม่รองรับ Matter ผ่าน Thread ภาพจาก Ring

กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ยังไม่สามารถใช้งานกับ Matter ได้ แต่ CSA กล่าวว่าจะรองรับในอนาคต มันจะทำงานอย่างไร ตอนนี้ยังไม่มีใครทราบ Apple ได้ช่วยนำ Framework HomeKit เข้าสู่ Matter ดังนั้นก็เป็นไปได้ที่ HomeKit Secure Video อาจเป็นส่วนนึงของ Matter เราก็ทำได้แค่รอดูอนาคต

เซ็นเซอร์อัจฉริยะเป็นส่วนนึงของ Matter แต่อุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยในบ้านกลับไม่เป็น — ณ ตอนนี้ บ้านอัจฉริยะหลายหลังมีระบบเตือนภัยเป็นฮับหลัก ดังนั้นการที่ Matter ไม่มีจุดนี้อาจเป็นจุดแตกแยกทำให้คนไม่ซื้อได้เลย

Mitch Klein กรรมการบริหารของ Z-Wave Alliance — เทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบเตือนภัยของบ้านเช่น เซ็นเซอร์ประตูและหน้าต่าง, เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และอุปกรณ์อื่น ๆ — อธิบายว่าจะมีอุปสรรคอันมหันต์ในการนำเทคโนโลยีเหล่านั้นให้รองรับ Matter “การได้รับการรับรองจาก UL สำหรับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยนั้นยากเป็นพิเศษ และ Matter จะต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย” เขากล่าว “UL เป็นการทดสอบ Benchmark และเพื่อเป็นการประกันคุณภาพ ทุกอุปกรณ์ความปลอดภัยต้องได้รับการรับรองโดย UL”

พูดถึงกล้องและระบบแจ้งเตือน หนึ่งในบริษัทสมาร์ทโฮมที่เชี่ยวชาญในทั้งสองด้าน — Ring — ไม่ได้แสดงทีท่าว่าจะรองรับ Matter เลย TheVerge ได้ถามเมื่อปีที่แล้วว่า ระบบรักษาความปลอดภัย Ring จะรองรับ Matter ไหม และตัวแทนบริษัทได้กล่าวไว้ว่า: “Ring Alarm Pro จะไม่รองรับ Matter ผ่าน Thread”

ระบบเครื่องเสียงในบ้าน (เทคโนโลยีจากบริษัทอย่าง Bose และ Sonos) ก็ยังไม่รองรับ และเรายังไม่ทราบว่า Alexa, Apple และ Google ระบบลำโพงหลายห้องจะรองรับ Matter หรือไม่ ฟีเจอร์ของ Matter มีฟีเจอร์ Cast แต่ว่ายังไม่มีอุปกรณ์ไหนใช้เลย ณ ตอนนี้

แหล่งที่มา: TheVerge (อัปเดตล่าสุดเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2022)

แปลและเรียบเรียงโดย: Sky | ศิรสิทธิ์ เต็มศรีสุข

Related Blog

Android เริ่มปรับ UI แอปให้เหมาะสมกับ Tablet แล้ว

ทุกแอปของ Google จะได้รับการปรับ UI ให้เหมาะสมกับ Tablet Android

ที่งาน Google I/O 2022, Google ได้ประกาศว่าจะอัปเดตแอปบน Android มากกว่า 20 แอปสำหรับแท็บเล็ต เพื่อแสดงให้เห็นว่า Google ยังคงห่วงใยแท็บเล็ตอยู่ ไม่ได้ทิ้งแต่อย่างใด ซึ่งนี่จะช่วยทำให้การใช้งานแท็บเล็ตสะดวกสบายขึ้นมาก และ Google ก็หวังว่าผู้พัฒนาแอปอื่น ๆ จะทำตาม ต่อไปนี้คือรายชื่อทุกแอปของ Google ที่จะได้รับการอัปเดต UI ให้เหมาะสมกับแท็บเล็ต

Read More »
Matter

Matter มาตรฐาน Smart Home ใหม่ สำคัญกับเราไหม?

Matter เป็นภาษาสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ทุกสิ่งง่ายขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนการซื้ออุปกรณ์, ขั้นตอนการติดตั้ง, และการใช้งานในทุก ๆ วัน โดย Matter ให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมทำงานด้วยกันได้ไม่ว่าจะใช้ Platform หรือ Ecosystem ไหนก็ตาม ไม่สำคัญว่าใครเป็นคนผลิต ทำให้เราไม่ต้องตรวจหาโลโก้ “works with” HomeKit, Google Home, หรือ Alexa — อุปกรณ์

Read More »
Amazon Alexa และแท่ง Stock ร่วง

Amazon Alexa ทำเงินไหล! ทีมพัฒนา Alexa ถูกปลดพนักงานจำนวนมาก!

Amazon Alexa ทำเงินไหล! ทีมทำ AI, ภาษาธรรมชาติ (NLU) และทักษะการสนทนา ถูกปลดพนักงานจำนวนมาก ตามรายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าว่าการปลดพนักงานของ Amazon จะส่งผลอย่างไรกับ Alexa บ้าง สำนักข่าว Business Insider ได้รายงานว่า กลุ่มพนักงานที่โดนปลดมากที่สุดคือกลุ่มทีม Alexa ที่ทำเกี่ยวกับระบบ AI, ทีมพัฒนาความเข้าใจทางภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ (Natural

Read More »